{Novel}Conteggio...?[1]

posted on 11 Jun 2009 22:52 by shongbell-bamboo  in Novel

 Conteggio…?[01]

By Aline

 

 

                  “ทางเราพยายามสุดความสามารถแล้วครับ...แต่ร่างกายของแกต่อต้านตัวยาของทางเรา”

                “แล้วควรจะทำยังกับแกล่ะคะ” 

               “หนทางเดียวคือผ่าตัดครับ แต่ผมเกรงแต่ว่าเลือดของแกจะเป็นเลือดพิเศษทางเราเกรงว่าจะมีไม่พอ ถ้าจะให้รับบริจาคเรื่อยๆก็ได้อยู่หรอกครับ อย่างไรก็ตามก็ต้องใช้เวลา” 

               “แล้วร่างกายของแกจะทนได้นานที่สุดเท่าไหร่คะ”

                “แกเป็นคนเข้มแข็มครับ ดูจากร่ายกายก็น่าจะทนได้สัก3ปีเป็นอย่างมาก” 

               “แล้วคุณหมอสามารถหาเลือดได้ทันหรือเปล่าคะ” 

               “ทางเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถครับ”

                “แกพึ่งจะเข้าเรียนม.ปลายในโรงเรียนปกติ ฉันอยากให้แกเรียนจนจบอย่างที่แกฝันไว้”

                “เฮ้อ เรื่องนี้ผมเองก็พูดลำบากนะครับ ตอนนี้ชีวิตของแกอยู่บนเส้นด้ายจะขาดเมื่อไหร่ ก็อยู่ที่ว่าแกเป็นลูกรักของพระเจ้าหรือเปล่าครับ”

                 ...บทสนาในตอนนั้น...อ่าใช่แล้ว นั่นเป็นเรื่องที่แม่คุยกับหมอไว้...

                “สักวันวันนั้นก็ต้องมาถึงสินะ”ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆพร้อมกับเจือด้วยแววตาเจ็บปวด

                 ก็อย่างที่อ่านไปตอนต้น บทสนานั่นคือบทสนทนาที่แม่คุยกับหมอ แม่คงไม่รู้ว่าฉันตื่นแล้วจึงเปิดประตูห้องทิ้งไว้ แล้วก็นั่นแหละฉันก็ได้รู้ทุกอย่างฉันกำลังจะตาย ในไม่กี่ปีนี้ ก็สมควรแล้วล่ะฉันปวดออดๆแอดๆมาตลอดตั้งแต่เกิด ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ฉันที่ค่อนข้างมีฐานะในระดับที่ดี จึงดูแลรักษาเธอมาโดยตลอด

            ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมาตลอด15ปี เรื่องการเรียนพ่อกับแม่ก็จ้างครูมาสอนเอา หรือไม่ก็คนในครอบครัวนั่นแหละที่แวะเวียนมาช่วยกันสอน ถึงเวลาฉันก็ต้องสอบเทียบเอาจนเมื่อปีที่แล้วนั่นแหละ ฉันก็เรียนเทียบเท่าม.3แล้วน่ะนะ แหมอยู่ในโรงพยาบาลอย่างเดียวมันก็น่าเบื่อนี่ ฉันบอกแม่ว่าอยากเรียนในโรงเรียนปกติกับเค้าบ้าง จากนั้นฉันก็ได้รับการตรวจครั้งใหย๋ก่อนที่แม่จะปล่อยให้ฉันออกมาสู่โลกกว้างเสียที                

               “เฮ้ ไอ้อัญแกเป็นไรไปเนี่ย”ขณะที่คิดอะไรเพลินๆใครบางคนก็ทักขึ้นมาทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก

                “อ้าว หมิงมาตั้งแต่เมื่อไหร่”ฉันหันไปหาเจ้าของต้นเสียงก่อนจะถามด้วยหน้าตาใสซื่อ*O*

                “โฮ้ย แกฉันยืนแกจนรากจะงอกแล้ว แกแหละเป็นบ้าอะไร”

 

                อ่า...คนที่แว๊ดๆให้ฉันอยู่นี่คือหมิง ค่ะ เป็นเพื่อน(น่าจะ)สนิทของฉันเอง เราพึ่งรู้จักกันเมื่อ4เดือนก่อนค่ะ เราเจอกัน ณ เว็บบอร์ดแห่งหนึ่งหลังจากนั้นก็ติดต่อกันทางMSN และด้วยความบังเอิญเรามาเข้าโรงเรียนเดียวกัน*o*ใจตรงกันอะไรแบบนี้ เราค่อนข้างสนิทกันมากนะ แต่ชู่ว์….>o<อย่าเอ็ดไป หมิงยังไม่รู้นะว่าฉันป่วย ก่อนหน้านี้ฉันบอกหมิงว่าฉันเรียนอยู่ต่างประเทศพึ่งกลับมาเรียนที่นี่ แต่จริงๆแล้วอ่านะฉันเรียนอยู่ต่างโลกต่างหาก โลกที่ชื่อว่าโรงพยาบาลน่ะ -_-;;

 

                ฮะๆนี่ฉันเรียนในโรงพยาบาลเลยนะ ใช้เวลาในการเรียนเยอะกว่านักศึกษาแพทย์อีกนะเนี่ย^O^

 

                “ก็เปล่านี่ ฉันก็แค่จิ้นฟิคอยู่อ่ะ เจ๊ใหญ่ทวงแล้วฉันยังจิ้นไม่ค่อยออกเลยT_T”อ่านะ...ฉันเองก็เก่งนะนี่แถกันได้อีก ฮะๆๆ

 

                “เออ ยังไงก็รีบอัพนะเฟ้ย รอตอนต่อไปอยู่ วันนี้กะจะบอกว่าไม่กลับด้วยนะ”อ่านะ...หมิงจะกลับบ้านกับฉันทุกวันค่ะเพราะพ่อจะส่งคนขับรถมารับฉันทุกวัน หมิงก็จะติดรถมาด้วยฉันไปส่งหมิงก่อน แล้วค่อยไปโรงพยาบาลเพราะงั้นล่ะหมิงเลยไม่รู้ว่าฉันนอนโรงพยาบาลทุกคืนTwT

 

                “ง่ะ แล้วจะไปไหนเหรอ บอกมาก่อนเลย บอกมาๆ”ฉันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะปกติหมิงมักจะไม่ค่อยนอกลู่นอกทาง

 

                “ก็แบบว่า...ฉันจะเที่ยวกับกิ๊กน่ะแก”ยัยหมิงทำท่าบิดไปบิดมาม้วนต้วนแบบว่าอายสุดขีด-*-

 

                “ห๊ะ เดี๋ยวดิ๊ โรงเรียนพึ่งเปิดยังไม่ถึงเดือนแกเอาเวลาที่ไหนไปมีกิ๊กยะ”

 

 

                “ไอ้บ้าฉันไม่ค่อยสนนักเรียนโรงเรียนนี้หรอกแก ฉันมันพวกแมนๆหล่อๆขอยี่สิบห้าอัพเฟ้ย”ฉันยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่อะไรกันคนเรามาไวไปไวจริงๆเพื่อนฉัน ฉันเกาหัวตัวเองแกรกๆก่อนที่ยัยหมิงจะลาบ๊ายบีแล้วจรลีไป

                 “สรุปว่านี่ฉันต้องซ้อมคนเดียวสินะ”ฉันถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดฮากามะ*

                อาฮะ...คุณหมอบอกว่าเล่นกีฬาเบาๆได้ เคนโด้นี่ก็เบาที่สุดของฉันแล้วนะ^^a

 

                ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำพลางรวบผมของตัวเองไปด้วย ทำไมวันนี้ห้องน้ำคนน้อยจริง โรงเรียนนี้นักเรียนก็ไม่ได้น้อย วันนี้ทำไมคนน้อยนัก

 

                ฉันเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากอาจจะเพราะวันนี้ยัยหมิงไม่อยู่เลยดูเงียบเหงาละมั้ง ช่วยไม่ได้ฉันดันมีเพื่อนอยู่คนเดียวนี่นะ=_=

 

                ฉันสะบัดความคิดก่อนจะรีบใส่เกราะต่างๆให้เสร็จ แล้วฉันก็หยิบเกราะส่วนหัวที่ตอนแรกขนออกมาวางด้วยกันเก็บใส่ล็อคเกอร์พร้อมกับเสื้อผ้าอื่นๆของตัวเอง

                 “ฟู่ววว”ฉันยิ้มกับตัวเองก่อนจะคว้าดาบไม้แล้วเดินไปซ้อม                โรงยิมวันนี้คนจาง&บางตามาก อะไรกันเนี่ยคนน้อยแบบนี้ฉันเหงาน้า>o<               

                “โอ้ย!!”ฉันร้องขณะที่ซ้อมอยู่ๆความรู้เจ็บก็แปล๊บมาทั่วทั้งกาย ฉันรู้สึกเหมือนหน้าจะมืดก่อนจะค่อยๆเดินไปนั่งที่ม้านั่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

                 ฉันยาในกระเป๋าออกมาก่อนเทแล้วเอาใส่ปาก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ ฉันก็แค่อยากทำกิจกรรมแบบคนปกติบ้างก็แค่นั้นเอง ก็แค่อยากจะเป็นคนที่ไม่ต้องพิเศษอะไร

ฉันยังไม่อยากตาย....

 

 

                แต่ว่าแล้วก็คงเป็นไปไม่ได้เวลาสามปีซี่งก็ไม่รู้ว่าจะถึงหรือเปล่า ไม่ช้าไม่นานฉันต้องตาย ฉันไม่เคยคิดว่าหมอจะหาสิ่งที่จำเป็นต่อฉันนั้นได้ทัน เวลานับถอยหลังลงเรื่อยๆเวลาอีกไม่นานจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเวลาแค่นี้เธอจะทำอะไรได้อีก

 แค่ใช้ชีวิตแบบคนปกติยังจะทำแทบไม่ได้

แค่อยากจะมีเพื่อนเยอะๆแบบคนอื่นตอนนี้ก็กลับมีแค่คนเดียว

แค่อยากจะมีชีวิตเพื่อตอบแทนพ่อแม่บ้างเธอมีจะโอกาสหรือเปล่าทางข้างหน้าก็ยังมองไม่เห็น

  

                ฉันเกิดมาเพื่ออะไร เพื่ออะไรเพื่อทุกข์ใจงั้นหรือ พระเจ้าไม่รักเธอเอาซะเลย ถ้าจะต้องทุกข์ใจขนาดนี้ทำให้เธอตายตั้งแต่ตรงนี้เลยซะดีกว่า

 

                 เมื่อคิดก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา ฉันเป็นคนอ่อนแอเหลือเกิน เอะอะก็ร้องไห้ ไม่รู้จะให้ได้โล่หรืออย่างไร พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรฉันต้องร้องไห้ออกมาทุกที ถ้าแม่เห็นแม่ก็มักเดินเข้ามาปลอบบอกว่าฉันจะต้องหาย แม่พูดในฉันสบายใจไปอย่างงั้น เพราะจริงๆแล้ว ฉันไม่เคยเชื่อคำพูดคำนั้นของแม่เลยสักนิด... 

                ตอนนี้ฉันรู้สึกรำคาญเสียงที่ดังอยู่ในตอนนี้มาก

                 “คุณครับ...นี่...ขอโทษนะครับ...เฮ้...นี่” หือใครกันเนี่ย ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะพบกับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                “ขอโทษนะครับ นี่6โมงแล้ว ผมต้องปิดโรงยิมแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”ฉันยันตัวลุกชึ้นด้วยท่าทางงงๆก่อนจะหันไปมองคนตรงหน้าอีกที

 

                “นี่เธอ...”

 

                “ผมมาปิดโรงยิมครับ ไม่ทราบว่าไม่สบายหรืออะไรหรือเปล่าครับ”ฉันส่ายหัวหน่อยๆก่อนที่หนุ่มตรงหน้าจะยิ้มให้พอบอก

 

                “ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับที่เมื่อกี้ผมถือวิสาสะมาปลดเกราะออก”ฉันมองที่ตัวเองก่อนจะมองรอบๆหืม ทำอะไรตอนไหนทำไมฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย-*-

 

                “ผมว่าคุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ เดี่ยวผมต้องปิดโรงยิมนะครับ”ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยที่ยังงงๆก่งก๊งอยู่ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

 

                ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาผู้ชายคนนั้นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ง่ะ- -*อย่าบอกนะว่าเป็นผี อึ่ย นี่ฉันคิดอะไรเนี่ยผู้ชายหน้าตาดีแบบนั้นเป็นผีนี่เสียดายแย่ ว่าแต่คนคนนั้น

 

...ผมทรงคล้ายๆคุณสัปปะรดเลยเนอะ...ถ้ามีหน่อสัปปะรดหน่อยนี่ใช่เลย ^^aฮ่าๆ คุณสัปปะรดภาคคนจริงอาจจะหน้าตาแบบนี้ก็ได้ การพูดการจาก็ออกจะเหมือนนะ

 

                ฉันยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวเมื่อนึกถึงหน้าของชายปริศนาคนนั้นกับหน้าของตัวการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ฉันคว้ากระเป๋านักเรียนก่อนจะเดินออกมา

 

                ปี้บ! ปี้บ!เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้น อ่าเย็นเกินไปแล้วสินะ ซวยแล้วปกติฉันไม่เคยกลับเย็นขนาดนี้ ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอโชว์หลาเลยทันที

 

                -@พี่ชาย@- เวรแล้วไงล่ะค่ะ คุณผู้อ่านพวกคุณพี่ชายมาถึงโรงพยาบาลแล้วไม่เจอฉัน ท่านพี่กริ้วแน่ๆ ฉันกดรับก่อนจะพยายามเสียงใส

 

                “ว่าไงคะคุณพี่”

 

                [อัญ!!นี่ อัญ อยู่ที่ไหนเนี่ย ลุงพจน์บอกว่าหนูไม่โทรหาลุงเขาเลย อัญอยู่ไหน!ไอ้ชินมันเครียดมาเลยนะนี่ อัญอยู่ไหนคะเดี๋ยวพี่ไปรับ] ว่าแล้วพี่เค้าต้องเครียดกันจริงๆด้วย ฉันยกมือขึ้นมาเขกหัวตัวเอง1ทีก่อนจะตอบ

 

                “แฮะๆอัญอยู่โรงเรียนค่ะ วันนี้อัญเผลอหลับอยู่ในโรงยิมน่ะค่ะ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็6โมงแล้ว ขอโทษพี่วา กับพี่ชินจริงๆนะคะ”ฉันเอ่ยขอโทษก่อนที่พี่ชายจะพูดอะไรสองสามประโยคแล้ววางสายไป

                 ไม่นานรถของพี่ชายก็ขับเข้ามาในโรงเรียนอย่างเร็วปานจะแหกโค้งได้*0* บ่งบอกว่าพี่ชายขับรถมารับด้วยความเร็วที่สูงมาก                 ง่า...ฉันไม่ชอบให้พี่ขับรถเร็วเลยจริงๆนะ เสียวไส้=w= พี่จอดรถก่อนจะวิ่งเข้ามาหาฉันประหนึ่งนักวิ่ง4x100

                “อัญเป็นไงบ้าง”พี่วาว่าก่อนจะหมุนตัวฉันหมุนซ้ายหมุนขวาแบบประมาณว่าเช็คความปลอดภัย

 

                “แฮะๆพี่วา อัญขอโทษนะ ทำพี่เป็นห่วงเสียTwT”ฉันทำหน้าเศร้าก่อนที่พี่จะหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับขยี้หัวฉัน

 

                “ไม่ต้องห่วงพี่มีเซ้นต์ น้องสาวพี่ไม่เป็นอะไรแน่นอน พี่น่ะไม่ค่อยห่วงหรอก”=*=นี่ขนาดไม่ค่อยห่วง...ขนาดว่าไม่ค่อยห่วงนี่วิ่ง4x100มาเนี่ยนะแล้วถ้าห่วงไม่เอาแฮลิคอปเตอร์มารับพร้อมหน่วยคอมมาโดเลยเหรอคะพี่วา

 

                “อ่านะคะ”

 

                “โน่นเลยไอ้ตัวที่อยู่ในรถนู่น ทั้งเครียดทั้งงอน มันงอนไปซะแล้วล่ะ ง้อเองแล้วกันนะไอ้น้อง”ฉันยิ้มแหยๆก่อนจะเดินตามคุณพี่วาไป

 

 

                ฉันมีพี่ชายสองคนค่ะ ชื่อพี่วากับพี่ชิน พี่เค้าเป็นฝาแฝดกันค่ะแค่เกิดพร้อมกันแต่หน้าไม่เหมือนกันเท่าไหร่ แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะที่ไม่เหมือนกัน เพราะสองคนนี้ก็พยายามทำตัวให้ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว พี่ชายสองคนของฉันเหมือนจะไม่ถูกกันนะคะ เห็นอยู่ด้วยกันทีไรมีเรื่องต้องกัดกันทุกทีแต่ก็ไม่เข้าใจอีกแหละว่าทำไมต้องคอยตามกันต้อยๆไปไหนไปกันทั้งที่ไม่ค่อยถูกกันแท้ๆ

 

                ขากลับเย็นนั้นตลอดทางฉันก็ง้อคุณพี่ชายอีกคนอยู่ตลอดจนถึงโรงพยาบาล แต่เธอสงสัยอยู่หนึ่งอย่าง

  

ตอนคุณพี่มากับตอนขากลับทำไมเวลามันต่างกันเยอะจังวะคะ

  

                ตอนนี้เกือบๆจะเที่ยงแล้ว*0*เมื่อตอน4ทุ่ม พวกพี่ๆพากันกลับบ้านกันไปหมดพี่ๆบอกว่าพรุ่งนี้มีประชุมเลยอยู่ด้วยไม่ได้ ฉันวันนี้จึงได้อยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวใจ(ได้ข่าวอยู่มาหลายปีแล้ว)=_= แต่ก็ดีนะวันนี้ฉันจะได้ไม่มีใครไล่ให้นอนฮ่าๆๆ ขณะที่คิดเพลินๆอยู่เสียงMSNก็ดังขึ้น

 

 

                ขณะที่กำลังเมามันส์กับการแชทMพยาบาลพยาบาลก็เดินเข้ามาในห้องซะแล้ว กระนั้นไม่พอเอายามาวางให้อีกพร้อมบอกว่าให้นอนได้แล้ว-*-

 

 

                ขณะที่กำลังออฟเอ็มมีข้อความหนึ่งดังตึ้ง!ขึ้นมาพร้อมกับกรอบสี่เหลี่ยมที่ขึ้นมาที่ขอบจอโน๊ตบุ๊ค (ไม่ต้องเล่าละเอียดก็ได้) ฉันกดข้อความ ก่อนจะเห็นว่าหมิงส่งข้อความมาว่า

 

                 MingJang [fall in Love]-สูท สูง สามสิบ....อะกริ้ววว จงเจริญ = [] =// Say:

                ดีย่ะ หล่อน ฉันจะมาบอกว่า พรุ่งนี้ไม่กลับด้วยนะจ๊ะ จะไปเที่ยวกับคนในห้อง =3=

                 เที่ยวงั้นเหรอ...

                ฉันนั่งนิ่งสักพัก ก่อนจะรู้สึกหนักที่ขอบตา....

                                                                    เสียใจหรือ...?

เสียใจทำไม...?

 

                สุดท้ายน้ำใสๆก็ไหลออกมาจากขอบตาของฉัน ฉันซุกหน้าตัวเองลงกับเข่าของตัวเองก่อนจะปล่อยสะอื้นออกมาเบาๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ

 

 เสียใจทำไม เสียใจที่เพื่อนมีความสุขกันเหรอ?เสียใจที่เพื่อนๆสนิทกัน?เสียใจที่เห็นเพื่อนๆไปเที่ยวกัน...?

โดยที่ทิ้งฉันไว้?

 เรื่องแบบนี้มันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?ฉันมันคนไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เพื่อนจะไม่สนใจก็ไม่แปลก

ก็แค่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ แล้วทำไมต้องเสียใจกับการที่เพื่อนๆจะไปเที่ยวกัน

 

ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ

 

                 ถ้าไม่เกิดมาเป็นแบบนี้...ฉันคงมีเพื่อนมากมายถ้าไม่เกิดมาเป็นแบบนี้...ฉันคงทำกิจกรรมต่างๆแบบเพื่อนคนอื่นได้                ถ้าไม่เกิดมาเป็นแบบนี้...คงจะสนิทกับเพื่อนได้มากกว่านี้

ถ้าไม่เกิดมาเป็นแบบนี้...คงไปเที่ยวไปไหนมาไหนกับคนอื่นเค้าได้...

 

 

เวลาไม่ถึง3ปี

 

                 นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว จะมีใครอีกไหม...จะเสียใจกับการจากไปของฉัน ที่เวลามันนับถอยหลังลงเรื่อยๆแบบนี้ หรือฉันมันเห็นแก่ได้เอง ฉันมันเห็นแก่ตัว? ที่อยากให้ใครสักคนสนใจฉันบ้าง ไม่ใช่ทิ้งฉันไว้ข้างหลัง

ถูกทิ้งไว้ข้างหลังตลอดเวลา

 

 

หรือว่าเพราะฉันไม่เคยมีเพื่อน...เลยไม่รู้ว่าการจะทำตัวให้น่าสนใจ ให้เพื่อนสนใจทำอย่างไร

 

 ไม่รู้ว่าเพื่อนที่ดีควรทำแบบไหนฉันผิดสินะ...ที่เกิดมาเป็นแบบนี้

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว ฉันเกิดมาเพื่ออะไร

 

 

.

.

.

TBC

 

+++----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------+++

อะโฮะ ใครก็ไม่รู้ทวง...ลืมแล้วใครทวง แต่ว่าเอามาลงแล้วค่ะ=w=

FAQ- -*อ่า เอนทรี่หน้าเถอะนะ......ได้ไหม//โดนถีบ ยำ กระทืบๆๆๆ

ไม่ได้สนต้นงอกเลยแหะนี่- -*

- -*หลังจากนี้จะดองนะคะ(ดูมัน) Hollow Story เสร็จแล้วค่ะ แต่เอามาอ่านใหม่ที่ไรก็ไม่พอใจตัวเองซะที

กำลังว่าจะเอาตอน5ตามแต่งใหญ่(เหอะๆ)

 

 

ต้นงอกหด....อ่านแล้วไม่รดไม่เมนต์งอนนะเออ

 

edit @ 11 Jun 2009 23:20:05 by #Aline#Bamboo#

edit @ 11 Jun 2009 23:21:18 by #Aline#Bamboo#

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วตอนเพื่อนรู้สึกมันจี้ใจอย่างบอกไม่ถูก

น้ำตาไหล

คนมันไม่เด่น

เพื่อนที่สนิทก็เข้ามาเพราะหวังผล

คนจริงใจจริงๆหายาก

สงสารนางเอกจัง